หนังพูดถึงเรื่องปัญหาครอบครัว การนอกใจ และการต่อสู้ช่วงชิงระหว่างภรรยาหลวงและภรรยาน้อย แต่หากใครได้ติดตามซีรีส์เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนแรกจนถึตอนอวสาน ก็จะพบว่า นอกประเด็นเรื่องการแย่งชิงแล้ว ซีรีส์ยังสะท้อนให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว การใช้อำนาจ ที่ทำให้เรื่องของคนสองคนกลายเป็นการเมืองได้ไม่ยาก

เปิดตัวเรื่องด้วยการที่แพทย์หญิงจีซอนอู (นำแสดงโดย คิมฮีแอ) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลในเมืองโกซาน เริ่มระแคะระคายว่า อีแทโอ (นำแสดงโดย พัคแฮจุน) สามีของเธอ กำลังนอกใจเธอหรือไม่

จีซอนอูใช้ชีวิตที่สมบูรณ์กับครอบครัวที่อบอุ่นมาตลอดเวลาสิบกว่าปี จนลูกชายย่างเข้าสู่วัยรุ่น เธอรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้รับความรักจากสามี แม้เธอจะไม่สามารถพึ่งพาเขาในทางการเงินและเป็นฝ่ายหาเลี้ยงครอบครัวเอง ซึ่งดูสวนทางกับบทบาทหญิงชายในอุดมคติของสังคมเกาหลี

แต่การเล่าเรื่องแบบธรรมดาอาจไม่สามารถปลุกกระแสผู้ชมได้ A World of Married Couple ในตอนแรกจึงดำเนินเรื่องคล้ายกับหนังทริลเลอร์เขย่าขวัญ จนผู้ชมเองก็ต้องลุ้นตามตัวละครเอกไปด้วย ว่าสามีของเธอมีภรรยาน้อยจริงหรือไม่ หรือเธอเป็นฝ่ายคิดไปเอง

แม้ในตอนแรกๆ ฉากหน้า A World of Married Couple จะดูเหมือนว่าจะให้ความสนใจกับเรื่องการนอกใจ การปะทะระหว่างภรรยาหลวง-ภรรยาน้อย แต่ในตอนต่อๆ มา ใจความหลักของซีรีส์ เริ่มค่อยๆ กลายเป็นเกมการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง การหักเหลี่ยมเฉือนคม การพลิกเกมกันไปมาระหว่างสองฝ่าย ว่าใครจะฝ่ายชนะ หรือใครจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

เรื่องราวใน A World of Married Couple จึงไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องการแข่งขันกันระหว่างภรรยาหลวงและภรรยาน้อย แต่ยังชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างเชิงอำนาจทางสังคมแบบเกาหลีใต้ ที่จำลองผ่านฉากหลังเมืองสมมุติอย่างเมืองโกซาน เมืองต่างจังหวัดที่ชนชั้นกลางและชนชั้นสูงรู้จักและเกี่ยวข้องกัน ที่หากเราต้องการทำอะไรบางอย่างให้ประสบความสำเร็จ ก็จำเป็นต้องพึ่งพาระบบเส้นสายผ่านผู้มีอิทธิพล

เมืองโกซานยังเป็นที่ตั้งของสมาคมสตรีแห่งโกซาน ที่เป็นศูนย์รวมบรรดาภรรยาของผู้มีหน้ามีตาในเมือง ที่ซึ่งมีหน้าที่หลักเป็นแหล่งพิพากษาและติฉินนินทาการกระทำของบรรดาแม่บ้านในสมาคม ที่นำไปสู่คำพูดที่ว่า “ทุกคู่แต่งงานมีเรื่องราวที่เราไม่รู้ลึกซึ้ง ระวังปากไว้บ้าง อย่าสร้างปัญหาด้วยการพูดถึงครอบครัวคนอื่น”

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “เรื่องในมุ้ง” ได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเรื่องการเมืองในสังคมไปอย่างช่วยไม่ได้ อำนาจเหล่านี้ยังแผ่เข้าไปถึงโรงพยาบาลที่แพทย์หญิงจีซอนอูทำงานอยู่ ตำแหน่งทางการงานจึงตกเป็นเป้าในเกมชิงรักหักสวาท เพราะทุกคนต่างมีหน้าตาทางสังคมที่ต้องรักษา

A World of Married Couple ยังทำให้ตัวละครทุกตัวไม่มีใครขาวและดำสนิท คือไม่มีใครดีพร้อมและสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่แพทย์หญิงจีซอนอู ซึ่งเป็นหมอ และอยู่ในฐานะภรรยาหลวง ทุกคนต่างมีเหตุผล เรื่องราว และความรู้สึกเป็นของตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้เราเข้าใจเหตุผลของการกระทำของตัวละครแต่ละตัว ที่แม้จะเป็นตัวละครที่เราอาจรู้สึกชิงชังที่สุดก็ตาม

แม้แต่แพทย์หญิงจีซอนอูเอง ตัวละครที่อยู่ในฐานะนางเอกของเรื่อง ตัวละครที่คนดูเอาใจช่วยที่สุด ตัวละครที่ควรเป็นแบบแผนแห่งความถูกต้องสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เธอเองก็เป็นฝ่ายใช้เกมการเมืองเป็นอาวุธ ด้วยการคนไข้ของเธอ ที่มีสถานะเป็นชนชั้นล่างกว่า ให้เป็นหูตาในการช่วยจัดการกับสามีและภรรยาน้อย ที่ถือเป็นการแตะประเด็นด้านจรรยาบรรณแพทย์และศีลธรรมที่อื้อฉาวไม่น้อย

ในช่วงหลัง A World of Married Couple ให้ความสนใจกับตัวละคร “อีจุนยอง” (รับบทโดย จอนจินซอ) ลูกชายของ จีซอนอู และ อีแทโอ อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นที่มาของสถานการณ์ที่บีบคั้นและจัดการยากขึ้นกว่าเดิม เขาจะรู้สึกโกรธเกรี้ยวทุกครั้ง เมื่อผู้ใหญ่ตัดสินใจทำอะไรโดยใช้เขาเป็นเหตุผล หรือใช้เด็กเป็นตัวกลางหรือเป็นข้ออ้างในการเอาชนะหรือแก้แค้น เพราะในมุมมองของเขาที่อยู่ในฐานะลูก เขาเป็นแค่ข้ออ้างสำหรับการทะเลาะเบาะแว้งของพ่อกับแม่เท่านั้น

ส่วนในตอนจบนั้น ฉากที่ครอบครัวต้องเผชิญหน้ากันในร้านอาหาร ได้แสดงให้เห็นว่า ทั้งสามี ภรรยา และลูก ทุกคนเผชิญกับความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส รวมถึงความรู้สึกที่พังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี รวมถึงความรู้สึกผูกพันกับอีกฝ่ายที่ยังเหลืออยู่ เมื่อตัดเอาเอาความรักความเกลียดชังออกไปหมดสิ้น